|
เขียนโดย Administrator
|
|
22 ม.ค. 2009 16:29น. |
|
วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2481 ที่เดิมอยู่ ถนนจ่านกร้อง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีบริเวณติดกับวัดคูหาสวรรค์ มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ พื้นที่อันใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงเรียนในระยะแรก ๆ นั้นหาใช่กรรมสิทธิ์ของทางโรงเรียนทีเดียวไม่ เพราะทางโรงเรียนต้องอาศัยเช่าเนื้อที่ของวัดคูหาสวรรค์ เป็นรายปี ค่าเช่าที่ประมาณปีละ 40 บาท สิ่งก่อสร้างของวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก ในสมัยนั้นมีอาคารเรียน เป็นอาคารสร้างด้วยไม้ 3 หลัง บ้านพักครู 4 หลัง และบ่อน้ำกินน้ำใช้อีก 1 บ่อ รอบบริเวณโรงเรียนมีรั้วลวดหนามขึงบนเสาคอนกรีต โดยรอบลักษณะของอาคารเรียนที่พอจะจำได้เป็นโรงเรียนที่สร้างด้วยไม้เราเรียกกันว่า "โรงฝึกงาน"
ซึ่งเราใช้เป็นสถานที่สอนทางภาควิชาการและพร้อมกันก็ใช้เป็นสถานที่ฝึกงานไปด้วยบริเวณด้านหน้าของอาคารก็มีสภาพทั่ว ๆ ไปเช่นเดียวกับโรงเรียนอื่น ๆ กล่าวคือ มีเสาธงและสนามหญ้าให้นักเรียนได้ใช้ออกกำลัง เนื้อที่ประมาณ 2-3 ไร่ มีถนน จ่านกร้องซึ่ง แยกออกจากถนนวังจันทน์ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำน่านใกล้กับสะพานนเรศวร พุ่งผ่านหน้าโรงเรียนอ้อมข้ามไปด้านตะวันออกของโรงเรียนวัดคูหาสวรรค์ไปบรรจบกับถนนสายใหญ่ คือ ถนนสิงหวัฒน์ หรือที่ ประชาชนเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า "ถนนสายเก่า" โรงเรียนนี้มีชื่อทางการว่า "โรงเรียนช่างไม้" เพราะว่าฝึกสอนเฉพาะวิชาช่างไม้เท่านั้น นักเรียนที่เข้ามาเรียนรับเฉพาะ นักเรียนชายซึ่งจบจากชั้นประถมศึกษา(ประถมปีที่ 4) โดยให้เข้ามาศึกษาต่อในโรงเรียนอีก 3 ปี จึงได้รับระกาศนียบัตรช่างไม้ ชั้นต้น ซึ่งขณะนั้นเทียบเท่าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม. 3) ในระยะแรกปรากฏว่าโรงเรียนฯ ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนนัก
จนกระทั่งเวลาผ่านไป โรงเรียนได้พิสูจน์ตัวเอง และคุณค่าของวิชาช่างจึงมีผู้เข้าใจและนำบุตรหลานเข้ามาฝากเรียนกันมากขึ้น ๆ ทุกปี ทางกรมอาชีวศึกษาจึงให้ขยายหลักสูตรของโรงเรียนช่างไม้ชั้นต้น (3ปี) เป็นหลักสูตรช่างไม้ชั้นปลายโดยเพิ่มเวลาเรียนไปอีก 3 ปี รวมเวลาที่ นักเรียนใช้ศึกษาในโรงเรียน 6 ปี นักเรียนที่ผ่านการสอบในปีสุดท้ายจะได้รับประกาศนียบัตรช่างไม้ชั้นปลาย ทั้งนี้ได้เริ่มขยายหลักสูตรในปี พ.ศ. 2484 พ.ศ. 2490 กิจการของโรงเรียนได้เจริญก้าวหน้าขึ้น กรมอาชีวศึกษา จึงได้ดำเนินการให้เปิดหลักสูตรอื่น ๆ ขึ้นอีกคือ หลักสูตรช่างสีและช่างตัดผมรวมกับหลักสูตรช่างไม้ที่มีอยู่เดิมเป็น 4 แขนงด้วยกัน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ ของโรงเรียนช่างไม้เป็น "โรงเรียน การช่างพิษณุโลก" ตั้งแต่นั้นมาแต่ประชาชนก็ยังนิยมเรียกกันว่า "โรงเรียนช่างไม้" อยู่เช่นเดิมเพราะเป็นชื่อที่คุ้นเคยรู้จักกันมาแพร่หลายแล้วสำหรับแผนกตัดผมนั้น ใช้ศาลาพักร้อน ริมน้ำของตลิ่งแม่น้ำน่าน ซึ่งอยู่ตรงกับจวนข้าหลวง (ขณะนี้เป็นศาลากลางจังหวัด)
ขณะนั้นนายสะอาด คงตระกูล อาจารย์ใหญ่โรงเรียนการช่างในขณะนั้น พร้อมด้วย นายเยียน โพธิสุวรรณข้าหลวง ประจำจังหวัดร่วมกับอธิบดีกรมอาชีวศึกษาจึงได้ดำเนินการโยกย้ายโรงเรียนมาอยู่ในบริเวณที่ได้เลือกไว้แห่งใหม่คือ บริเวณถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่เศษตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านทิศเหนือ ติดกับโรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม ได้สร้างหอพักและอาคารเรียนขึ้น 1 หลัง บ้านพักครูอีก 2 หลัง ส่วน นักเรียนที่ฝึกงานอยู่ คงใช้สถานที่เดิม
ต่อมากรมฝึกหัดครูต้องการจะขยายบริเวณฝึกหัดครูพิบูลสงคราม ออกไปทางทิศใต้ซึ่งจะต้องการเนื้อที่ของโรงเรียนการช่างพิษณุโลกจึงได้มอบเงินงบประมาณ ก้อนหนึ่งได้แก่กรมอาชีวศึกษาเพื่อเป็นค่าก่อสร้างโรงเรียนการช่างพิษณุโลกแห่งใหม่ ดังนั้นทางโรงเรียนการช่างพิษณุโลกจึงจำเป็นต้องย้ายไปใช้สถานที่ของกรมตำรวจที่สนามบินเก่าอีกครั้งหนึ่ง พ.ศ.2501 โรงเรียนการช่างฯ โดยย้ายไปอยู่ที่ ถ.สนามบิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โรงเรียนใหม่นี้มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ 2 งาน 90 ตารางวา กรมอาชีวศึกษาได้ขยายหลักสูตรขึ้นไปอีก 3 ปี โดยรับนักเรียนที่สำเร็จการช่างชั้นปลายเข้ามาเรียนต่อ รวมเวลาที่ต้องศึกษาอยู่ในโรงเรียน 9 ปี เข้าอยู่ในโรงเรียนโครงการช่วยเหลือของ สปอ. ในปี พ.ศ. 2502 องค์การ สปอ. ร่วมกับกรมอาชีวศึกษาได้ตกลงตามโครงการช่วยเหลือโดยกรมอาชีวศึกษาได้รับเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งใช้เป็นเครื่องช่วยในการฝึกสอนทางการช่างพร้อมกับการได้จัดให้มีการอบรมครู ในเรื่องวิธีใช้เครื่องมือ และการบำรุงรักษาเครื่องจักรดังกล่าว ได้รับตามโครงการหลังจากนั้นจึงได้ให้โรงเรียนการช่างพิษณุโลกทดลองรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้ามาศึกษาต่อโดยใช้หลักสูตร 3 ปี เป็นรุ่นแรกและเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น เพราะต่อมาหลังจากนั้นเพียงระยะเวลา 6 เดือน ผู้เชี่ยวชาญขององค์การ สปอ. และเจ้าหน้าที่ของกรมอาชีวศึกษาได้พิจารณาเห็นว่า ควรรับนักเรียนที่รุ่นใหญ่กว่านี้เข้าศึกษา
ด้วยเหตุนี้โรงเรียนการช่างพิษณุโลก จึงได้เปิดรับผู้สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าศึกษาต่อในปีต่อมา โครงการ สปอ. ได้ช่วยเหลือแก่โรงเรียนการช่างพิษณุโลก มีอยู่ 6 สาขา คือ 1. แผนกช่างเครื่องยนต์ 2. แผนกช่างเชื่อมและโลหะแผ่น 3. แผนกช่างกลโรงงาน 4. แผนกช่างก่อสร้าง 5. แผนกช่างไฟฟ้า (เปิดสอนเมื่อปีการศึกษา 2513) 6. แผนกช่างวิทยุ (เปิดสอนเมื่อปีการศึกษา 2518)
พ.ศ. 2519 กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศรวมสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษาในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อจัดตั้งเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษา มี 3 วิทยาเขตด้วยกัน โรงเรียนการช่างพิษณุโลก จึงเปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาวิทยาเขต 2 ปี พ.ศ. 2522 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศแยกวิทยาเขต 2 ออกจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก เพื่อจัดตั้งเป็นวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก
กรุณาล็อกอิน หรือลงทะเบียนเพื่อจะเขียนความคิดเห็น |